ข่าวประชาสัมพันธ์
วันที่ 26 พ.ย. 2563

การประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ครั้งที่ 1/2563


วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค (กกภ.)
ครั้งที่ 1/2563 โดยมี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยที่ประชุมมีมติรับทราบผลการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกรัฐมนตรีประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
ผลการประชุม
 
รับทราบ
-ผลการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกรัฐมนตรีประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563
-ผลการดำเนินการประชาสัมพันธ์การกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เพื่อสร้างความรับรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563
-แนวทางในการอนุมัติจัดสรรงบประมาณ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เพิ่มเติม
 
มติที่ประชุมและข้อสั่งการ
1.เห็นชอบนโยบาย มาตรการและแนวทางในการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกรัฐมนตรี
-ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน
-มาตรการผลการดำเนินงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
-ปัญหาสำคัญในแต่ละพื้นที่ตามที่รองนายกรัฐมนตรีเห็นสมควร เช่น การแก้ไขปัญหาความยากจน (TPMAP) การบุกรุกที่สาธารณะ การเตรียมการรับมือภัยแล้ง หรือการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย การแก้ไขปัญหาแรงงาน การจัดการขยะและทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมปัญหาหมอกควัน
-ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านศูนย์ดำรงธรรม โดยให้นำมาเป็นพื้นฐานในการพิจารณาโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
-ปัญหาสำคัญของจังหวัด ซึ่งในบางกรณีจังหวัดไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เองในระดับจังหวัด ต้องใช้กระบวนการทางนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งเห็นควรให้รองนายกรัฐมนตรีมีส่วนร่วมเพื่อผลักดันให้บรรลุผลสำเร็จ
2.เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตามอาจของรองนายกรัฐมนตรี ในการอนุมัติให้แก่หน่วยงานของรัฐเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 รวม 900 ล้านบาท
3.แต่งตั้งคณะทำงานสำหรับรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนเพื่อพิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมและความจำเป็นในการใช้จ่ายของแผนงานหรือโครงการต่างๆ เพื่อประกอบการพิจารณาของรองนายกรัฐมนตรี
4.ให้กระทรวงมหาดไทยชี้แจงและกำชับให้แต่ละจังหวัดดำเนินโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้กันภายในปีงบประมาณ
5.ให้เร่งรัดติดตามความก้าวหน้าและการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้ประชาชนในจังหวัด
6.ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ติดตามผลการดำเนินงาน รวมทั้งเร่งรัดพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ เพื่อติดตามข้อสั่งการ และพัฒนารูปแบบการรายงานผล และการวิเคราะห์ข้อมูลที่ครอบคลุม รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
7.ให้รักษาวินัย การเงิน การคลัง ตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับ
รูปประกอบ