ส.กกภ.

รายงานต่าง ๆ

รายงานการปฏิบัติราชการต่าง ๆ ของ ส.กกภ.

 

รายงานผลการดำเนินโครงการ

ข้อมูลผลการดำเนินการโครงการตามที่ได้รับการอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่สนับสนุนตามอำนาจของ ร.นรม. หรือ รมต.นร.

 

รายงานสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่

ข้อมูลสถานการณ์ฉุกเฉินและการดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ เช่น เหตุการณ์ภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ เหตุชุมนุมต่างๆ รวมถึงปัญหาสำคัญเร่งด่วนของจังหวัด

 

รายงานผลการแก้ไขเรื่องราวร้องทุกข์

ข้อมูลผลการดำเนินการแก้ไขเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ ของศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย และศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ข้อมูลหน่วยงาน

ข้อมูลต่างๆ ของ ส.กกภ.

  • ประวัติความเป็นมา

    สืบเนื่องมาจากการปฏิรูประบบราชการเป็นการดำเนินการเพื่อให้ระบบการบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพ ทันสมัย มีการบริหารงานด้วยความโปร่งใส ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานของหน่วยงาน สามารถตอบสนองความต้องการ ของประชาชนและมีการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ

    ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเกิดประโยชน์สูงสุด มีการพัฒนาในระดับพื้นที่อย่างมีบูรณาการ โดยมีแนวคิดที่จะให้ทุกพื้นที่มีเจ้าภาพรับผิดชอบในการดูแลปัญหาของประชาชน จึงได้ริเริ่มนโยบายการมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลการปฏิบัติราชการในหลายมิติ กล่าวคือให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนรับผิดชอบในมิติของกระทรวง(Function) ในมิติของนโยบาย/ภารกิจด้านต่างๆ (Agenda) และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลพื้นที่จังหวัดต่างๆ (Area) และสนับสนุนการบริหารงานแบบบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด ซึ่งเป็นการบริหารงานในระบบเมตริกซ์ ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง ซึ่งในส่วนการกำกับดูแลในพื้นที่นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร โดยครั้งแรกได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๐๑/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๔๕ มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับการปฏิบัติราชการ ในส่วนภูมิภาค และมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๕๙/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ กำหนดหลักเกณฑ์ ขอบเขต และวิธีการในการกำกับการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค เพื่อให้การกำกับการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกรัฐมนตรีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมตามความมุ่งหมายในการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกรัฐมนตรี จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ ขอบเขต และวิธีการในการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค โดยให้จัดตั้งสำนักงานเลขานุการอำนวยการและประสานการกำกับการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค (ส.อปภ.) ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ ส.อปภ. มีหัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนส่วนราชการต่างๆ ร่วมเป็นคณะทำงาน มีหน้าที่ช่วยอำนวยและประสานการกำกับการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาคให้กับรองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางประสานข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค ต่อมา สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่ง สปน. ที่ ๑๖๔/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ใน ส.อปภ. โดยมีหัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะทำงาน พร้อมด้วยข้าราชการในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาและออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งสนับสนุนให้มีการประสาน ติดตาม เร่งรัด ช่วยเหลือ และให้มีการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เพื่อให้สามารถแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ที่เป็นรูปธรรม สนับสนุน และส่งเสริมให้การปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ ของจังหวัดดำเนินไปด้วยความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ สามารถสนองตอบความต้องการของประชาชน โดยไม่มีอุปสรรคด้านกลไกการบริหารราชการ มีรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ โดยให้ข้อ ๑๒ ของระเบียบ ฯ กำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค (ส.กกภ.) เป็นหน่วยงานในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบงานธุรการและงานเลขานุการของคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค รวมทั้งมีหน้าที่ในการช่วยอำนวยการ ประสานงาน และเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน ด้านสารสนเทศที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการในภูมิภาค และให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๘ ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการเพื่อรับผิดชอบการปฎิบัติงานของสำนักงาน

    อ่านต่อ...
  • โครงสร้างและแผนผังองค์กร

    สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งจัดตั้ง ส.กกภ. ขึ้นเป็นหน่วยงานภายใน โดยได้รับการจัดสรรอัตรากำลังจากสำนักงาน ก.พ. จำนวน 3 อัตรา และจัดจ้างพนักงานราชการจำนวน 19 อัตรา เพื่อปฏิบัติงานในสำนักงาน และไม่มีการ จัดแบ่งโครงสร้างภายในหน่วยงานแต่ประการใด

  • อำนาจหน้าที่

    ตาม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค พ.ศ. 2547 ข้อ 12 กำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค (ส.กกภ.) ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อรับผิดชอบงานธุรการ

    และงานเลขานุการของคณะกรรมการฯ รวมทั้ง มีหน้าที่ในการช่วยอำนวยการ ประสานงาน และเป็นศูนย์กลางในการประสานงานด้านสารสนเทศเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการใน ภูมิภาค และข้อ 23 ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดหาบุคลากร วัสดุ ครุภัณฑ์และอุปกรณ์การปฏิบัติงานที่ทันสมัยและเหมาะสมกับภารกิจในการกำกับ และติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค

    อ่านต่อ...
  • วิสัยทัศน์/พันธกิจ

    เป็นหน่วยงานเป็นหลักในสนับสนุนการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้สำเร็จตามเป้าหมายอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ข่าวประชาสัมพันธ์

 

 

คณะทำงานรองนายกรัฐมนตรี (นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์) ลงพื้นที่กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เขตตรวจราชการที่ 10

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม 2563 คณะทำงานรองนายกรัฐมนตรี (นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์) พร้อมด้วย ผอ.ส.กกภ. (นายอนุ แย้มแสง) และเจ้าหน้าที่ สปน.
ประชุมหารือข้อราชการกับผู้ว่าราชการจังหวัดเลย (นายโสภณ สุวรรณรัตน์) ณ ศาลากลางจังหวัดเลย
และลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน กองทุนหมู่บ้านนาป่าหนาด หมู่ที่ 4 ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

อ่าน: 35

8 ธ.ค. 2563

 

หัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เขตตรวจราชการที่ 13

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 หัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เขตตรวจราชการที่ 13 (พลเอกอำนาจ รอดสวัสดิ์) คณะทำงานกำกับฯ (พันเอกสรวัช กล่อมอำภา) และผู้อำนวยการกองจัดทำงบประมาณเขตพื้นที่ 9 (นายพร้อมพงศ์ พฤกธารา) ได้ร่วมลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิเพื่อศึกษาความเหมาะสมของโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ โครงการการก่อสร้างระบบส่งน้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บ้านศรีสวรรค์ ตำบลนางแดด อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ งบประมาณ 12,500,000 บาท

อ่าน: 44

4 ธ.ค. 2563

 

การประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ครั้งที่ 1/2563

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค (กกภ.)
ครั้งที่ 1/2563 โดยมี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยที่ประชุมมีมติรับทราบผลการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกรัฐมนตรีประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
ผลการประชุม
 
รับทราบ
-ผลการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกรัฐมนตรีประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563
-ผลการดำเนินการประชาสัมพันธ์การกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เพื่อสร้างความรับรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563
-แนวทางในการอนุมัติจัดสรรงบประมาณ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เพิ่มเติม
 
มติที่ประชุมและข้อสั่งการ
1.เห็นชอบนโยบาย มาตรการและแนวทางในการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกรัฐมนตรี
-ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน
-มาตรการผลการดำเนินงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
-ปัญหาสำคัญในแต่ละพื้นที่ตามที่รองนายกรัฐมนตรีเห็นสมควร เช่น การแก้ไขปัญหาความยากจน (TPMAP) การบุกรุกที่สาธารณะ การเตรียมการรับมือภัยแล้ง หรือการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย การแก้ไขปัญหาแรงงาน การจัดการขยะและทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมปัญหาหมอกควัน
-ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านศูนย์ดำรงธรรม โดยให้นำมาเป็นพื้นฐานในการพิจารณาโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
-ปัญหาสำคัญของจังหวัด ซึ่งในบางกรณีจังหวัดไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เองในระดับจังหวัด ต้องใช้กระบวนการทางนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งเห็นควรให้รองนายกรัฐมนตรีมีส่วนร่วมเพื่อผลักดันให้บรรลุผลสำเร็จ
2.เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตามอาจของรองนายกรัฐมนตรี ในการอนุมัติให้แก่หน่วยงานของรัฐเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 รวม 900 ล้านบาท
3.แต่งตั้งคณะทำงานสำหรับรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนเพื่อพิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมและความจำเป็นในการใช้จ่ายของแผนงานหรือโครงการต่างๆ เพื่อประกอบการพิจารณาของรองนายกรัฐมนตรี
4.ให้กระทรวงมหาดไทยชี้แจงและกำชับให้แต่ละจังหวัดดำเนินโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้กันภายในปีงบประมาณ
5.ให้เร่งรัดติดตามความก้าวหน้าและการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้ประชาชนในจังหวัด
6.ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ติดตามผลการดำเนินงาน รวมทั้งเร่งรัดพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ เพื่อติดตามข้อสั่งการ และพัฒนารูปแบบการรายงานผล และการวิเคราะห์ข้อมูลที่ครอบคลุม รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
7.ให้รักษาวินัย การเงิน การคลัง ตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับ

อ่าน: 69

26 พ.ย. 2563

 

การประชุมคณะทำงานกลั่นกรองแผนงาน/โครงการ คณะที่ 1 ครั้งที่ 4/2563 ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (video conference)

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2563 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล
พลตำรวจเอก ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ประธานคณะทำงานกลั่นกรอง แผนงาน/โครงการ คณะที่ 1 ได้มอบหมาย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค
จัดประชุมคณะทำงานกลั่นกรองแผนงาน/โครงการ คณะที่ 1 ครั้งที่ 4/2563 ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (video conference) โดยให้ดำเนินการตามแนวทางการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ที่ประชุมฯ ได้พิจารณาแผนงาน/โครงการ ที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ)
ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 1 , 13 และ 16 เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการ จำนวนทั้งสิ้น 44 โครงการ เป็นเงินทั้งสิ้น 23,167,472 บาท